LINE AdsArticle ScriptIntermediate2026-07-03

Ads-Setup-I-Article-01 — Deep Dive: Optimization for Each Objective

Campaign Optimization คืออะไร

Campaign Optimization คือการปรับ Campaign ให้ดีขึ้น โดยเปลี่ยนแปลง Creative, Targeting, Bidding, หรือ Budget ตาม Data ที่วัดได้ เพื่อให้ CPC หรือ CPF ต่ำลง ROAS สูงขึ้น

เข้าถึงได้ที่: admanager.line.biz > เลือก Campaign / Ad Group / Ad > ดู Performance → Breakdown แล้วกด แก้ไข (Edit) ที่ระดับที่ต้องการปรับ


ก่อนเริ่มใช้งาน


วิธีใช้งาน

ขั้นตอนที่ 1 — ดูเอาตัวปัญหา (Creative)

  1. ไปหน้า Performance → Breakdown → เลือก By Creative
  2. มองหา 2 กลุ่ม:
    • 🟢 ตัวดี: CTR หรือ CVR ดีกว่าค่าเฉลี่ย Ad Group ชัดเจน → candidate สำหรับ scale
    • 🔴 ตัวแย่: CTR หรือ CVR แย่กว่าค่าเฉลี่ย Ad Group ชัดเจน → candidate สำหรับแก้หรือหยุด
  3. บันทึกผลมาไว้

[SCREENSHOT-01: Breakdown by Creative — ตารางแสดง Creative × Metrics + ลูกศรชี้ Green vs Red performers]

⚠️ หมายเหตุ: ดู Creative ก่อน เพราะเป็นจุดที่เห็นความต่างในรายงานได้เร็วและแก้ไขได้ตรงที่สุด


ขั้นตอนที่ 2 — Pause Creative ตัวแย่

  1. เลือก Creative ที่แย่กว่าค่าเฉลี่ยของ Ad Group อย่างชัดเจน
  2. คลิก Creative นั้น แล้วเลือก หยุด หรือ Pause
  3. ตัวเลือกอื่น: ลองเปลี่ยนแค่ภาพ ให้ Creative นั้นใหม่ (ถ้ารู้สึกว่ามีศักยภาพ)
  4. บันทึกวันที่ Pause → ดูผลหลังมีข้อมูลพอ ไม่ใช่ดูจากวันแรก ๆ

[SCREENSHOT-02: Creative detail page — ปุ่ม Pause/Stop + highlight ที่ CTR ต่ำ]


ขั้นตอนที่ 3 — สร้าง Creative ใหม่

  1. หาเหตุผลว่า Creative ตัวเก่าแย่ทำไม:

    • CTR ต่ำ + CPC ต่ำ = ไม่ดี Audience (Targeting ผิด)
    • CTR ต่ำ + CPC สูง = ไม่ดี Creative (ภาพ / ข้อความ ไม่น่าสนใจ)
    • CTR สูง แต่ CVR ต่ำ = ภาพ/ข้อความ ดี แต่ Landing Page แย่
  2. สร้าง Creative ใหม่ที่แตกต่างจากตัวเก่า:

    • เปลี่ยน ภาพหลัก หรือ ข้อความ ให้ต่างมากๆ
    • ให้ Creative ใหม่เก็บสัญญาณพอก่อนตัดสิน เช่นมี clicks/views/conversions ตาม objective ที่ใช้
  3. อัปโหลด Creative → เลือกที่ Ad Group เดิม

[SCREENSHOT-03: Create Creative page — ฟอร์มอัปโหลดรูปและข้อความ]


ขั้นตอนที่ 4 — ปรับ Targeting ถ้า CTR ยังต่ำ

ถ้า Creative ทั้งหมดต่ำ แปลว่า Targeting มีปัญหา:

  1. ไปหน้า Ad Group setting

  2. ดูที่ Age Range — ลด Age Range ให้แคบลง (เช่น 25-40 แทน 20-50)

  3. ดูที่ Interest/Behavior — ดู Audience Size:

    • ถ้ากว้างมากจน message ไม่เฉพาะเจาะจง → เพิ่ม Interest หรือเงื่อนไขที่เกี่ยวกับสินค้า
    • ถ้าแคบมากจน delivery น้อยหรือราคาแพง → ลดเงื่อนไขบางส่วนเพื่อให้ระบบมีสัญญาณเรียนรู้
  4. บันทึกค่า Targeting เก่า → คอยดูผลหลังมีสัญญาณพอ

[SCREENSHOT-04: Ad Group settings — Targeting section แสดง Age/Location/Interest dropdown]


ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจสอบ Schedule (เวลา)

บางครั้ง CPC สูงเพราะยิงเวลาที่ไม่เหมาะ:

  1. ไป Breakdown → เลือก By Hour
  2. มองหา ชั่วโมงไหน CTR สูงสุด:
    • ใช้ข้อมูลของบัญชีคุณเอง ไม่ใช้ช่วงเวลาทั่วไปเป็นคำตอบตายตัว
  3. ถ้า Campaign ยิงตลอด 24 ชม. → ลองตั้ง Schedule เฉพาะช่วง Peak Hours
  4. ปรับ Start Time และ End Time แล้วเซฟ

[SCREENSHOT-05: Schedule setting page — Time range selector 00:00-23:59 + toggle ON/OFF ต่อเลือก]


ขั้นตอนที่ 6 — ตรวจสอบเพิ่มเป็นรอบ ๆ หลังข้อมูลพอ

สร้างตารางติดตามใน Spreadsheet:

วันที่ Action CTR CPC CVR CPA Note
3/17 Pause Creative A 0.4% 4 THB 2% 250 Launched Creative B
3/20 ดูผล 0.5% 3.5 THB 2.5% 200 CTR ดีขึ้น!
3/23 Scale งบ 0.5% 3.2 THB 2.5% 190 Maintain performance

[SCREENSHOT-06: Spreadsheet template — คอลัมน์ Date, Action, Metrics]


Optimization ตาม Objective (เจาะแต่ละวัตถุประสงค์)

6 ขั้นตอนด้านบนคือ workflow กลางที่ใช้ได้ทุกแคมเปญ — แต่ "ตัวเลขที่ต้องจ้อง" และ "ตัวที่ควรปรับก่อน" ต่างกันตาม Objective เพราะแต่ละวัตถุประสงค์คิดเงินคนละหน่วย (CPC / CPF / CPA / CPV / CPM / CPI) ตารางนี้สรุปว่าแต่ละ Objective ควร Optimize ตรงไหน:

Objective KPI หลัก Metric ที่ต้องเฝ้าดู สัญญาณเตือน (ต้องแก้) ปรับตัวไหนก่อน
Gain Friends CPF CTR, Friend rate, Frequency CPF สูงกว่า LTV / เป้าที่ตั้ง Creative + Offer ให้แอด, Targeting ที่ตรงกับ OA
Website Visit CPC CTR, Bounce rate CPC สูงกว่าค่าเฉลี่ยบัญชี + traffic ไม่มีคุณภาพ Creative (Small Image), Bidding, ตรวจ Landing
Website Conversion CPA / ROAS CVR, CTR, CPC CPA สูงกว่าเป้า / ROAS ต่ำกว่าเป้า ไล่ funnel: Creative → Landing/Event → Bidding
App Install CPI Install rate, CTR CPI สูงกว่าเป้าต้นทุนต่อผู้ติดตั้ง แยก Ad Group ตาม OS, Creative (ทดสอบภาพนิ่ง / Video)
Video View CPV VTR, CTR CPV สูงกว่า benchmark ของบัญชี/แคมเปญเดิม Hook 3 วินาทีแรกของวิดีโอ, สัดส่วนวิดีโอ
Reach CPM Frequency, Reach CPM สูง + Frequency เริ่มสูง ขยาย Audience, Refresh Creative
App Engagement CPA / CPC App event rate, CTR CPA/CPC สูงกว่ากำไรต่อ event Audience (ผู้ใช้เดิม / Lookalike คุณภาพ), CTA

เจาะเป็นราย Objective:

หมายเหตุ: ตัวเลขประสิทธิภาพ Creative ต่อ Objective ข้างต้นอ้างอิงจาก LINE Creative Insights (ค่าเฉลี่ยแพลตฟอร์ม ไม่ใช่การการันตีต่อแคมเปญ) — ใช้เป็นจุดตั้งต้นแล้ววัดผลด้วยข้อมูลบัญชีของคุณเอง ดูวิธีอ่าน Metrics แต่ละตัวเพิ่มเติมได้ที่ [[wiki/features/line-ads-measurement]]


ข้อมูลเพิ่มเติม

หัวข้อ รายละเอียด
Optimization Frequency ตรวจผลเป็นรอบ ๆ หลังมีข้อมูลสะสมพอ — อย่าปรับก่อนระบบเก็บสัญญาณครบ
Creative Refresh เปลี่ยน Creative ใหม่เมื่อ Frequency เริ่มสูงและผลตอบสนองลดลง (คนเห็นซ้ำจนเบื่อ)
Budget Scaling Scale ได้หลังจาก Optimize เสร็จแล้ว — ค่อย ๆ เพิ่มงบแล้วดูว่าผลยังคงที่ก่อนเพิ่มต่อ
A/B Test ทดสอบ 1 ตัวแปรต่อครั้ง (ภาพ หรือ Targeting หรือ Bidding)
Bid Adjustment ปรับราคาบิดทีละ 5-10 บาท แล้วรอดูผล 1-2 วันก่อนปรับต่อ — อย่าปรับรัว ๆ
1 Ad Group = 1 กลุ่มเป้าหมาย อย่าให้กลุ่มเป้าหมายซ้ำกันข้าม Ad Group ใน Campaign เดียว — จะแย่ง delivery และดัน CPC ให้สูงขึ้น
Text-in-image ≤ 20% ข้อความในภาพไม่ควรเกิน 20% ของพื้นที่ (แนวทางชิ้นงานของ LINE) — ช่วยให้ผ่านรีวิวง่ายและดูสะอาด
Tracking ให้ครบ ติด Base Code + Conversion Code + Event Code ให้ครบก่อน Optimize — ถ้า tracking ไม่ครบ ตัวเลขที่ใช้ตัดสินจะเพี้ยน

3 ระดับของการ Optimize (Campaign / Ad Group / Creative)

LINE Ads ใช้โครงสร้างแคมเปญ 3 ระดับ — การ Optimize จึงทำได้ 3 ชั้น แต่ละชั้นปรับคนละตัวแปรและใช้คนละ Metric ในการตัดสิน:

ระดับ ปรับอะไรได้ ใช้ Metric อะไรตัดสิน
Campaign Level Objective, Budget Allocation, ระยะเวลา, CBO งบรวม + ผลรวมทั้งแคมเปญ
Ad Group Level Targeting, Bidding, Schedule, Custom Audience CPC / CPA / CPF ต่อกลุ่มเป้าหมาย
Creative Level ภาพ / วิดีโอ, ข้อความ, CTA CTR, VTR, CVR ต่อชิ้นงาน

หลักการ: ไล่แก้จากชั้นที่เห็นผลเร็วและเจาะจงที่สุดก่อน — Creative → Targeting/Bidding → Budget — และแก้ทีละตัวแปร เพื่อให้อ่านผลได้ว่าอะไรทำให้ดีขึ้น (สอดคล้องกับลำดับ 6 ขั้นตอนด้านบน)


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ควร Pause หรือ ปรับ Creative ตัวแย่?
A: ถ้าแย่กว่าค่าเฉลี่ย Ad Group อย่างชัดเจนและมีข้อมูลพอ ให้ pause หรือทำเวอร์ชันใหม่ แต่ถ้าข้อมูลยังน้อย ให้เก็บสัญญาณเพิ่มก่อนตัดสิน

Q: ปรับ Targeting เพียงอย่างเดียวสามารถแก้ CTR ต่ำได้หรือ?
A: ได้บ้าง ถ้า Audience Size เล็กเกินไป (บิดคำว่า Audience กว้างขึ้น) แต่ถ้า Audience เหมาะสมแล้ว ต้องแก้ Creative

Q: หยุด Campaign ระหว่าง Optimize จะเสียหายหรือไม่?
A: หยุดหรือแก้ได้ถ้าจำเป็น แต่การเปลี่ยนใหญ่ทำให้ระบบต้องเรียนรู้จากข้อมูลชุดใหม่ จึงควรรอให้มีสัญญาณพอ เช่น clicks หรือ conversions ตาม objective ก่อนสรุปผล

Q: เปลี่ยน Targeting บ่อยเกินไปจะเสียหายไหม?
A: เสี่ยงอ่านผลผิดถ้าเปลี่ยนถี่ก่อนมีข้อมูลพอ ควรเปลี่ยนเป็นรอบ ๆ และบันทึกว่าปรับอะไรไปเมื่อไหร่

Version History