LINE Ads

ปรับ LINE Ads อย่างไรให้เหมาะกับแต่ละวัตถุประสงค์

ภาพประกอบบทความ ปรับ LINE Ads อย่างไรให้เหมาะกับแต่ละวัตถุประสงค์

Campaign Optimization คืออะไร

Campaign Optimization คือการปรับ Campaign ให้ดีขึ้น โดยเปลี่ยนแปลง Creative, Targeting, Bidding, หรือ Budget ตาม Data ที่วัดได้ เพื่อให้ CPC หรือ CPF ต่ำลง ROAS สูงขึ้น

เข้าถึงได้ที่: admanager.line.biz > เลือก Campaign / Ad Group / Ad > ดู Performance → Breakdown แล้วกด แก้ไข (Edit) ที่ระดับที่ต้องการปรับ


ก่อนเริ่มใช้งาน

ภาพประกอบอธิบายหัวข้อ Campaign Optimization คืออะไร และ ก่อนเริ่มใช้งาน
  • Campaign ที่กำลัง Run อยู่และผ่านช่วง Learning Phase มาแล้ว (มีสัญญาณพอตาม objective)
  • มี Data สะสมพอให้เทียบผล — สำหรับแคมเปญ Conversion ระบบต้องสะสมสัญญาณให้พอก่อนผลจะนิ่ง; แคมเปญที่วัดด้วย click/view ให้รอจนมีจำนวน click/view มากพอในลักษณะเดียวกันก่อนสรุปผล (Auto Targeting ใช้เวลาเรียนรู้ราว 48 ชั่วโมง แรก)
  • รู้ว่า KPI เป้าหมายคืออะไรตาม objective (CPC / CPF / CPA / CPV / CPM / CPI / ROAS)

วิธีใช้งาน

ขั้นตอนที่ 1 — ดูเอาตัวปัญหา (Creative)

  1. ไปหน้า Performance → Breakdown → เลือก By Creative
  2. มองหา 2 กลุ่ม:
  • 🟢 ตัวดี: CTR หรือ CVR ดีกว่าค่าเฉลี่ย Ad Group ชัดเจน → candidate สำหรับ scale
  • 🔴 ตัวแย่: CTR หรือ CVR แย่กว่าค่าเฉลี่ย Ad Group ชัดเจน → candidate สำหรับแก้หรือหยุด
  1. บันทึกผลมาไว้

⚠️ หมายเหตุ: ดู Creative ก่อน เพราะเป็นจุดที่เห็นความต่างในรายงานได้เร็วและแก้ไขได้ตรงที่สุด


ขั้นตอนที่ 2 — Pause Creative ตัวแย่

  1. เลือก Creative ที่แย่กว่าค่าเฉลี่ยของ Ad Group อย่างชัดเจน
  2. คลิก Creative นั้น แล้วเลือก หยุด หรือ Pause
  3. ตัวเลือกอื่น: ลองเปลี่ยนแค่ภาพ ให้ Creative นั้นใหม่ (ถ้ารู้สึกว่ามีศักยภาพ)
  4. บันทึกวันที่ Pause → ดูผลหลังมีข้อมูลพอ ไม่ใช่ดูจากวันแรก ๆ

ขั้นตอนที่ 3 — สร้าง Creative ใหม่

  1. หาเหตุผลว่า Creative ตัวเก่าแย่ทำไม:
  • CTR ต่ำ + CPC ต่ำ = ไม่ดี Audience (Targeting ผิด)
  • CTR ต่ำ + CPC สูง = ไม่ดี Creative (ภาพ / ข้อความ ไม่น่าสนใจ)
  • CTR สูง แต่ CVR ต่ำ = ภาพ/ข้อความ ดี แต่ Landing Page แย่
  1. สร้าง Creative ใหม่ที่แตกต่างจากตัวเก่า:
  • เปลี่ยน ภาพหลัก หรือ ข้อความ ให้ต่างมากๆ
  • ให้ Creative ใหม่เก็บสัญญาณพอก่อนตัดสิน เช่นมี clicks/views/conversions ตาม objective ที่ใช้
  1. อัปโหลด Creative → เลือกที่ Ad Group เดิม

ขั้นตอนที่ 4 — ปรับ Targeting ถ้า CTR ยังต่ำ

ถ้า Creative ทั้งหมดต่ำ แปลว่า Targeting มีปัญหา:

  1. ไปหน้า Ad Group setting
  2. ดูที่ Age Range — ลด Age Range ให้แคบลง (เช่น 25-40 แทน 20-50)
  3. ดูที่ Interest/Behavior — ดู Audience Size:
  • ถ้ากว้างมากจน message ไม่เฉพาะเจาะจง → เพิ่ม Interest หรือเงื่อนไขที่เกี่ยวกับสินค้า
  • ถ้าแคบมากจน delivery น้อยหรือราคาแพง → ลดเงื่อนไขบางส่วนเพื่อให้ระบบมีสัญญาณเรียนรู้
  1. บันทึกค่า Targeting เก่า → คอยดูผลหลังมีสัญญาณพอ

ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจสอบ Schedule (เวลา)

บางครั้ง CPC สูงเพราะยิงเวลาที่ไม่เหมาะ:

  1. ไป Breakdown → เลือก By Hour
  2. มองหา ชั่วโมงไหน CTR สูงสุด:
  • ใช้ข้อมูลของบัญชีคุณเอง ไม่ใช้ช่วงเวลาทั่วไปเป็นคำตอบตายตัว
  1. ถ้า Campaign ยิงตลอด 24 ชม. → ลองตั้ง Schedule เฉพาะช่วง Peak Hours
  2. ปรับ Start Time และ End Time แล้วเซฟ

ขั้นตอนที่ 6 — ตรวจสอบเพิ่มเป็นรอบ ๆ หลังข้อมูลพอ

สร้างตารางติดตามใน Spreadsheet:

วันที่ Action CTR CPC CVR CPA Note
3/17 Pause Creative A 0.4% 4 THB 2% 250 Launched Creative B
3/20 ดูผล 0.5% 3.5 THB 2.5% 200 CTR ดีขึ้น!
3/23 Scale งบ 0.5% 3.2 THB 2.5% 190 Maintain performance

Optimization ตาม Objective (เจาะแต่ละวัตถุประสงค์)

6 ขั้นตอนด้านบนคือ workflow กลางที่ใช้ได้ทุกแคมเปญ — แต่ "ตัวเลขที่ต้องจ้อง" และ "ตัวที่ควรปรับก่อน" ต่างกันตาม Objective เพราะแต่ละวัตถุประสงค์คิดเงินคนละหน่วย (CPC / CPF / CPA / CPV / CPM / CPI) ตารางนี้สรุปว่าแต่ละ Objective ควร Optimize ตรงไหน:

Objective KPI หลัก Metric ที่ต้องเฝ้าดู สัญญาณเตือน (ต้องแก้) ปรับตัวไหนก่อน
Gain Friends CPF CTR, Friend rate, Frequency CPF สูงกว่า LTV / เป้าที่ตั้ง Creative + Offer ให้แอด, Targeting ที่ตรงกับ OA
Website Visit CPC CTR, Bounce rate CPC สูงกว่าค่าเฉลี่ยบัญชี + traffic ไม่มีคุณภาพ Creative (Small Image), Bidding, ตรวจ Landing
Website Conversion CPA / ROAS CVR, CTR, CPC CPA สูงกว่าเป้า / ROAS ต่ำกว่าเป้า ไล่ funnel: Creative → Landing/Event → Bidding
App Install CPI Install rate, CTR CPI สูงกว่าเป้าต้นทุนต่อผู้ติดตั้ง แยก Ad Group ตาม OS, Creative (ทดสอบภาพนิ่ง / Video)
Video View CPV VTR, CTR CPV สูงกว่า benchmark ของบัญชี/แคมเปญเดิม Hook 3 วินาทีแรกของวิดีโอ, สัดส่วนวิดีโอ
Reach CPM Frequency, Reach CPM สูง + Frequency เริ่มสูง ขยาย Audience, Refresh Creative
App Engagement CPA / CPC App event rate, CTR CPA/CPC สูงกว่ากำไรต่อ event Audience (ผู้ใช้เดิม / Lookalike คุณภาพ), CTA

เจาะเป็นราย Objective:

  • Gain Friends (CPF): CPF จะลดเมื่อ Creative ให้เหตุผลชัดว่า "แอดแล้วได้อะไร" (คูปอง / ส่วนลด) — ทดสอบ Square 1080×1080 (LINE Creative Insights ระบุ Clicks +455.7% เหนือค่าเฉลี่ย); ถ้าเน้นประหยัดต้นทุนใช้ Horizontal 1200×628 (CPC -26.2%) เฝ้าดู Frequency ไม่ให้คนเห็นซ้ำถี่เกินไป
  • Website Visit (CPC): ถ้า CTR ต่ำให้แก้ Creative ก่อน — Small Image 600×400 เป็นขนาดที่ CPC ถูกที่สุด (-49%); ถ้าต้องการปริมาณคลิกใช้ Square 1080×1080 (Clicks +498%) แต่ถ้า CPC ต่ำแต่ traffic ไม่มีคุณภาพ (Bounce สูง) ปัญหาอยู่ที่ Targeting/Landing ไม่ใช่ Creative
  • Website Conversion (CPA / ROAS): วินิจฉัยตาม funnel — CTR ต่ำ = Creative, CTR ดีแต่ CVR ต่ำ = Landing Page/Conversion Event; ต้องรอให้พ้นช่วงเรียนรู้และมีข้อมูลมากพอก่อนตัดสินผล; Square 1080×1080 ให้ Conversions +492.2%, Small Image 600×400 กด CPA ได้ -79.8%
  • App Install (CPI): แยก Ad Group ตาม OS (iOS / Android) เพื่อ Optimize แยกกัน; ทดสอบ Creative หลายรูปแบบ (ภาพนิ่ง / Video) แล้ววัดผลด้วยข้อมูลบัญชีของคุณเอง
  • Video View (CPV): ถ้า VTR ต่ำ = Hook 3 วินาทีแรกไม่ดึง — แก้ต้นคลิปก่อน; Square Video 1:1 ให้ Impressions +126%, Horizontal 16:9 กด CPM -22.7%
  • Reach (CPM): เมื่อ Frequency เริ่มสูงแปลว่าคนเห็นซ้ำ — ขยาย Audience และ Refresh Creative; Square 1080×1080 ให้ Reach +355% / CPM -9.9%, Horizontal 1200×628 กด CPM -12.9%
  • App Engagement (CPA / CPC): โฟกัสที่ Audience คุณภาพ (ผู้ใช้แอปเดิม / Lookalike จากผู้ใช้ที่ active) และ CTA ที่พาไปยังหน้าจอในแอปตรงจุด

หมายเหตุ: ตัวเลขประสิทธิภาพ Creative ต่อ Objective ข้างต้นอ้างอิงจาก LINE Creative Insights (ค่าเฉลี่ยแพลตฟอร์ม ไม่ใช่การการันตีต่อแคมเปญ) — ใช้เป็นจุดตั้งต้นแล้ววัดผลด้วยข้อมูลบัญชีของคุณเอง ดูวิธีอ่าน Metrics แต่ละตัวเพิ่มเติมได้ในบทความ โฆษณาได้ผลแค่ไหน? อ่านตัวชี้วัดเป็น ปรับแคมเปญได้แม่นขึ้น


ข้อมูลเพิ่มเติม

หัวข้อ รายละเอียด
Optimization Frequency ตรวจผลเป็นรอบ ๆ หลังมีข้อมูลสะสมพอ — อย่าปรับก่อนระบบเก็บสัญญาณครบ
Creative Refresh เปลี่ยน Creative ใหม่เมื่อ Frequency เริ่มสูงและผลตอบสนองลดลง (คนเห็นซ้ำจนเบื่อ)
Budget Scaling Scale ได้หลังจาก Optimize เสร็จแล้ว — ค่อย ๆ เพิ่มงบแล้วดูว่าผลยังคงที่ก่อนเพิ่มต่อ
A/B Test ทดสอบ 1 ตัวแปรต่อครั้ง (ภาพ หรือ Targeting หรือ Bidding)
Bid Adjustment ปรับราคาบิดทีละ 5-10 บาท แล้วรอดูผล 1-2 วันก่อนปรับต่อ — อย่าปรับรัว ๆ
1 Ad Group = 1 กลุ่มเป้าหมาย อย่าให้กลุ่มเป้าหมายซ้ำกันข้าม Ad Group ใน Campaign เดียว — จะแย่ง delivery และดัน CPC ให้สูงขึ้น
Text-in-image ≤ 20% ข้อความในภาพไม่ควรเกิน 20% ของพื้นที่ (แนวทางชิ้นงานของ LINE) — ช่วยให้ผ่านรีวิวง่ายและดูสะอาด
Tracking ให้ครบ ติด Base Code + Conversion Code + Event Code ให้ครบก่อน Optimize — ถ้า tracking ไม่ครบ ตัวเลขที่ใช้ตัดสินจะเพี้ยน

3 ระดับของการ Optimize (Campaign / Ad Group / Creative)

ภาพประกอบอธิบายหัวข้อ Optimization ตาม Objective (เจาะแต่ละวัตถุประสงค์) และ 3 ระดับของการ Optimize (Campaign / Ad Group / Creative)

LINE Ads ใช้โครงสร้างแคมเปญ 3 ระดับ — การ Optimize จึงทำได้ 3 ชั้น แต่ละชั้นปรับคนละตัวแปรและใช้คนละ Metric ในการตัดสิน:

ระดับ ปรับอะไรได้ ใช้ Metric อะไรตัดสิน
Campaign Level Objective, Budget Allocation, ระยะเวลา, CBO งบรวม + ผลรวมทั้งแคมเปญ
Ad Group Level Targeting, Bidding, Schedule, Custom Audience CPC / CPA / CPF ต่อกลุ่มเป้าหมาย
Creative Level ภาพ / วิดีโอ, ข้อความ, CTA CTR, VTR, CVR ต่อชิ้นงาน

หลักการ: ไล่แก้จากชั้นที่เห็นผลเร็วและเจาะจงที่สุดก่อน — Creative → Targeting/Bidding → Budget — และแก้ทีละตัวแปร เพื่อให้อ่านผลได้ว่าอะไรทำให้ดีขึ้น (สอดคล้องกับลำดับ 6 ขั้นตอนด้านบน)


ภาพประกอบอธิบายหัวข้อ 3 ระดับของการ Optimize (Campaign / Ad Group / Creative)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ควร Pause หรือ ปรับ Creative ตัวแย่?
A: ถ้าแย่กว่าค่าเฉลี่ย Ad Group อย่างชัดเจนและมีข้อมูลพอ ให้ pause หรือทำเวอร์ชันใหม่ แต่ถ้าข้อมูลยังน้อย ให้เก็บสัญญาณเพิ่มก่อนตัดสิน

Q: ปรับ Targeting เพียงอย่างเดียวสามารถแก้ CTR ต่ำได้หรือ?
A: ได้บ้าง ถ้า Audience Size เล็กเกินไป (บิดคำว่า Audience กว้างขึ้น) แต่ถ้า Audience เหมาะสมแล้ว ต้องแก้ Creative

Q: หยุด Campaign ระหว่าง Optimize จะเสียหายหรือไม่?
A: หยุดหรือแก้ได้ถ้าจำเป็น แต่การเปลี่ยนใหญ่ทำให้ระบบต้องเรียนรู้จากข้อมูลชุดใหม่ จึงควรรอให้มีสัญญาณพอ เช่น clicks หรือ conversions ตาม objective ก่อนสรุปผล

Q: เปลี่ยน Targeting บ่อยเกินไปจะเสียหายไหม?
A: เสี่ยงอ่านผลผิดถ้าเปลี่ยนถี่ก่อนมีข้อมูลพอ ควรเปลี่ยนเป็นรอบ ๆ และบันทึกว่าปรับอะไรไปเมื่อไหร่