LINE for BusinessBusiness ManagerArticle ScriptIntermediate2026-07-03

BM-Setup-I-Article-02 — LINE Tag & Audience#2

How to Share LINE Tag and Audiences


ประเภท Audience คืออะไร

Audience คือกลุ่มผู้เยี่ยมชมหรือลูกค้าที่จัดกลุ่มตามพฤติกรรม ความสนใจ หรือคุณลักษณะ บทความนี้แบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 4 หัวข้อหลัก: 3 กลุ่มหลักของ Audience — Website Retargeting (ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์), Lookalike (ผู้ใช้ที่คล้ายกัน), Custom Audience (กลุ่มที่สร้างจากข้อมูลของคุณเอง) — และ Cross Targeting ซึ่งเป็นวิธีการนำ Audience ไปใช้ข้ามบัญชีภายใต้ Organization เดียวกัน การแชร์ Audience หมายถึงการส่ง Audience จาก Business Manager ไปยัง Ad Account หรือ LINE OA เพื่อใช้ใน targeting โฆษณาหรือ Broadcast Message

การแชร์ Audience ข้ามบัญชีผ่าน Business Manager ช่วยเพิ่ม CTR ได้ถึง 1.3 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้แต่ละบัญชีแยกกัน


แผนการทำความเข้าใจ Audience Types และการแบ่งปัน

ขั้นตอนประกอบด้วย:

  1. เข้าใจประเภท Audience 4 ประเภท + เจาะลึกเงื่อนไขของแต่ละประเภท
  2. รู้ว่าประเภทไหนเหมาะสำหรับการใช้งาน
  3. เรียนรู้วิธีการแบ่งปัน (Share) Audience และ LINE Tag ข้ามบัญชีในเครือ (Cross Targeting)
  4. ทำความเข้าใจ Advanced Strategies (Layering, Exclusion, Stacking)
  5. จัดการ Audience Lifecycle และ Maintenance ประจำเดือน

เข้าถึงได้ที่ไหน

Audience Types และ Sharing Methods สามารถเข้าถึงได้ที่:

  1. Business Manager: ในแถบ "Audiences"
  2. Ad Account: สำหรับใช้ Audience ในโฆษณา
  3. เครื่องมือจัดการแท็ก (Tag Manager): สำหรับ CAPI setup

ก่อนเริ่มใช้งาน

สิ่งที่ต้องมี รายละเอียด บังคับ?
Operator Role ขึ้นไป ต้องสิทธิ์สร้างและแบ่งปัน Audience
Organization ที่ Verified Business Verification ต้องผ่าน (3–5 วัน) ⭕ (เชื่อมได้ แต่แชร์ต้อง Verify)
LINE Tag ที่มีข้อมูล ต้องติดตั้ง LINE Tag (Base Code) ให้เก็บข้อมูลผู้เข้าชม
Ad Account เชื่อมกับ Organization ต้องเชื่อมเพื่อสร้าง Audience จาก TAG
OA เชื่อมกับ Organization (แชร์ไป OA) ต้องเชื่อมเพื่อแชร์ Audience ⭕ (แชร์ไปยัง Ad Account ไม่ต้อง)

⚠️ สำคัญ: LINE Ads กำหนดว่าต้องมีข้อมูลผู้เข้าชม/สมาชิก อย่างน้อย 100 คน ตาม event ที่กำหนด จึงจะสร้าง Audience ได้ — ควรปล่อยให้ TAG สะสมข้อมูลจนถึงเกณฑ์ก่อนนำไปใช้จริง (ระยะเวลาขึ้นกับปริมาณ traffic ของเว็บ)


วิธีใช้งาน (Audience Types และการแบ่งปัน)


AUDIENCE TYPES — เจาะลึก (4 ประเภท)

1. Website Retargeting — ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ

เงื่อนไขและข้อกำหนด

หัวข้อ รายละเอียด
ต้องมี LINE Tag (Base Code) ติดตั้งบนเว็บและทำงาน
ขนาดข้อมูลน้อยสุด ไม่มีขั้นต่ำ — แต่ Audience < 100 คน อาจไม่คุ้มค่าใช้งาน
Retargeting Window กำหนดได้ 1–180 วัน
อัปเดตข้อมูล Real-time — ผู้เยี่ยมชมใหม่จะเข้า Audience ทันที

เลือก Retargeting Window อย่างไร

Window ลักษณะกลุ่ม เหมาะสำหรับ ตัวอย่าง
1–7 วัน เล็กแต่ "ร้อน" — เพิ่งสนใจ Impulse Buy, Flash Sale คนที่ดูรองเท้า 24 ชม.
7–30 วัน สมดุล สินค้าทั่วไป แนะนำเริ่มต้น
30–90 วัน ใหญ่ แต่ "เย็น" สินค้าราคาสูง ตัดสินใจนาน คนที่ดูแพ็กเกจท่องเที่ยว
90–180 วัน ใหญ่สุด แต่เก่า Awareness / ดึงลูกค้าเดิม "คิดถึงเราไหม?"

Advanced: Custom Event Retargeting

แทน "ทุกคนที่เข้าเว็บ" ให้สร้างจาก Custom Event:

Audience Custom Event ประโยชน์
ผู้ดูสินค้า ViewProduct ตัดคนที่แค่เข้าหน้าแรก
ใส่ตะกร้า (ยังไม่ซื้อ) AddToCard ใกล้ซื้อ — ต้องการ "ผลัก"
เปรียบเทียบสินค้า CompareProducts กำลังตัดสินใจ
ดูราคา ViewPricing ราคาอาจเป็นปัญหา

[SCREENSHOT-01: Website Retargeting Audience example]


2. Lookalike Audience — ผู้ใช้ที่คล้ายกัน

เงื่อนไขและข้อกำหนด

หัวข้อ รายละเอียด
ต้องมี Source Audience (Retargeting หรือ Custom) — ขั้นต่ำ 100 คน (แนะนำ ≥ 1,000 คน เพื่อความแม่นยำ)
ขนาดที่เลือกได้ 1%–15% (Auto หรือกำหนดเอง) ของฐานผู้ใช้ LINE
สร้างได้กี่ตัว สูงสุด 10 Lookalike ต่อ 1 source
ใช้เวลาสร้าง ~24 ชั่วโมง (ระบบประมวลผล)
อัปเดต อัตโนมัติตาม Source Audience

Lookalike Size Selection Guide

ขนาด Similarity เหมาะกับ CPA คาดการณ์
1% สูงสุด (คล้ายมาก) Performance Campaign ต่ำสุด
3% สูง Conversion Campaign ต่ำ
5% ปานกลาง สมดุล Reach/Quality ปานกลาง
8% ปานกลาง-ต่ำ Scale-up ปานกลาง-สูง
10% ต่ำ Awareness / Reach สูง
15% ต่ำสุด Maximum Reach สูงสุด

📌 แนะนำ: LINE แนะนำให้เริ่มที่ 1–3% เพื่อหากลุ่มที่ "ใกล้เคียง" Source Audience มากที่สุด แล้วค่อยขยาย % ขึ้นเมื่อต้องการ Reach เพิ่ม

Source Audience ที่ดี vs ไม่ดี

Source ที่ดี ✅ Source ที่ไม่ดี ❌ เหตุผล
คนที่ซื้อสำเร็จ All Website Visitors Purchasers มี Intent ชัดเจนกว่า
VIP (ซื้อ 3+ ครั้ง) Add to Cart ไม่ซื้อ VIP มีพฤติกรรมเฉพาะ
AddToCard + Purchasers Audience < 100 คน ขนาดน้อยเกิน = ไม่แม่น

[SCREENSHOT-02: Lookalike Audience example]


3. Custom Audience — จากข้อมูลของคุณเอง

เงื่อนไขและข้อกำหนด

หัวข้อ รายละเอียด
ประเภทข้อมูล IDFA, Phone Number, Email
รูปแบบไฟล์ .csv หรือ .txt — 1 ID ต่อ 1 บรรทัด (ห้ามใส่ header แถวแรก / ห้ามหลาย identifier ต่อบรรทัด)
คุณภาพข้อมูล ขึ้นกับประเภทและคุณภาพข้อมูลที่อัปโหลด — เบอร์โทรมักใช้ได้ผลดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ LINE ในไทย
PDPA ⚠️ ต้องได้ Consent จากเจ้าของข้อมูล — เจ้าของข้อมูลอัปโหลด/ลบเองได้ผ่าน BM

ประเภทข้อมูลที่รองรับ (9 ประเภท ตาม official live website)

Custom Audience ใน LINE Ads รองรับ 9 ประเภท ดังนี้:

# ประเภท แหล่งข้อมูล
1 Website Traffic LINE Tag บนเว็บไซต์ (lookback สูงสุด 180 วัน)
2 Mobile App App Events จาก SDK (lookback สูงสุด 180 วัน · ต้องลงทะเบียนแอปกับ Ads Account ก่อน)
3 IDFA/AAID Upload Device ID จาก iOS/Android (CSV/TXT 1 คอลัมน์)
4 Phone Number Upload อัปโหลดเบอร์โทร (unencrypted/SHA-256) สูงสุด 1.5M รายการ
5 Email Upload อัปโหลดอีเมล (CSV/TXT 1 คอลัมน์ · max 120 ตัวอักษร/รายการ)
6 LINE OA Followers ผู้ติดตาม OA ที่เชื่อมต่อ — เลือกได้ 2 แบบ: เพื่อนที่ไม่บล็อก / เพื่อนที่บล็อก
7 Lookalike Audience ขยายจากฐานลูกค้าที่มี (1–15%, สูงสุด 10 กลุ่ม/account)
8 Video View คนที่ดูวิดีโอ X% ขึ้นไป (lookback สูงสุด 30 วัน)
9 Image Click คนที่คลิกโฆษณาภาพ (lookback สูงสุด 180 วัน)

📌 Smart Channel เป็นตำแหน่งสื่อ (media placement) ไม่ใช่ source สำหรับอัปโหลด Custom Audience โดยตรง — แต่กลุ่มคนที่เคยเห็น/คลิกโฆษณา Smart Channel สามารถนำมาทำ Cross Targeting ยิงต่อผ่าน LINE Ads ได้ (ดูหัวข้อ Cross Targeting ด้านล่าง)

ประเภทข้อมูลที่ใช้ได้ผลดีที่สุด (จัดอันดับเชิงเปรียบเทียบ)

⚠️ LINE ไม่ได้ประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการ — ตารางนี้เป็นการจัดอันดับเชิงเปรียบเทียบตามลักษณะการใช้งานจริงในไทย

ประเภท แนวโน้มใช้ได้ผล เหตุผล
Phone สูงสุด ผู้ใช้ไทยส่วนใหญ่ลงทะเบียน LINE ด้วยเบอร์โทร — แนะนำใช้เป็นหลัก
Email ปานกลาง ไม่ใช่ทุกคนผูก Email กับ LINE
IDFA ต่ำ Apple ATT Framework จำกัดการเข้าถึง Device ID

Best Practices Custom Audience

# Best Practice
1 ทำความสะอาด: ลบซ้ำ, ลบรูปแบบผิด
2 ใช้ Phone Number เป็นหลัก (ใช้ได้ผลดีที่สุด)
3 แบ่ง Segment ก่อน Upload (VIP / Regular / Inactive)
4 อัปเดตทุก 30 วัน
5 เก็บ Consent Log (PDPA compliance)

[SCREENSHOT-03: Custom Audience upload interface]


4. Cross Targeting — แชร์ Audience ข้ามบัญชีในเครือ

คือ: การนำ Audience จากบัญชีหนึ่ง (LINE OA หรือ LINE Ads) ไปใช้ยิงโฆษณา/สื่อสารในอีกบัญชีหนึ่ง ภายใต้ Organization เดียวกัน — เป็นหัวใจของ Business Manager

เดิมก่อนมี BM นักการตลาดทำ Cross Targeting ได้แค่ 1 บัญชี LINE OA ต่อ 1 บัญชี LINE Ads เท่านั้น ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำหรับแบรนด์ใหญ่ที่มีหลายบัญชี — Business Manager มาปลดล็อกให้แชร์ข้ามหลายบัญชีในเครือได้

6 รูปแบบการทำ Cross Targeting ผ่าน BM (ตัวอย่างจาก LINE)

# รูปแบบ ตัวอย่าง
1 ฐานผู้ติดตาม LINE OA แบรนด์ A → ยิงแอดแบรนด์ B OA แบรนด์น้ำผลไม้ → โฆษณาน้ำอัดลมกลิ่นผลไม้
2 คนคลิกข้อความ/Broadcast บน LINE OA แบรนด์ A → แบรนด์ B คนคลิก Broadcast สกินแคร์ → โฆษณาน้ำหอม
3 คนคลิกโฆษณา (LINE Ads) แบรนด์ A → แบรนด์ B ขยายฐานเกินแค่ผู้ติดตาม OA
4 คนเข้าเว็บไซต์ (LINE Tag) แบรนด์ A → แบรนด์ B + นำไปสร้าง Lookalike ต่อได้
5 1st party data (Email / User ID / แบบสอบถาม) แบรนด์ A → แบรนด์ B เจ้าของข้อมูลอัปโหลด/ลบเองได้ (PDPA-safe)
6 คนเห็น/คลิกโฆษณา Smart Channel → ยิงต่อผ่าน LINE Ads ตอกย้ำการรับรู้ด้วยตำแหน่งสื่อที่ต่างกัน

📊 ผลลัพธ์: โดยเฉลี่ยการใช้ Cross Targeting ผ่าน BM ช่วยเพิ่ม CTR ได้ถึง 1.3 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้แต่ละบัญชีแยกกัน (บางรูปแบบ เช่น การ retarget จาก Smart Channel จากผลทดสอบของ LINE เพิ่ม CTR ได้สูงถึง 5.7 เท่า และลด CPC ได้ถึง 40%)

[SCREENSHOT-04: Cross Targeting — share audience across accounts]


วิธีการแบ่งปัน AUDIENCE

การแชร์ Audience และ LINE Tag ระหว่างบัญชีทำผ่านหน้าเว็บ business.line.biz โดยยึด "บัญชีปลายทาง" (บัญชีที่จะรับ Audience ไปใช้) เป็นตัวตั้ง

ขั้นตอนที่ 1: เข้า Business Manager และเลือกบัญชีปลายทาง

  1. เข้าที่ business.line.biz → เลือก Organization
  2. เลือก บัญชีปลายทาง (Ad Account หรือ LINE OA) ที่ต้องการแชร์ Audience ไปให้

[SCREENSHOT-05: Select destination account]

ขั้นตอนที่ 2: เปิดเมนูแชร์ทรัพยากร

  1. กดปุ่ม "Edit Resource" หรือ "Share Resource" บนเมนู

[SCREENSHOT-06: Edit / Share Resource menu]

ขั้นตอนที่ 3: เลือก Audience หรือ LINE Tag ที่ต้องการแชร์

  1. เลือก Audience หรือ LINE Tag ที่ต้องการแชร์กับบัญชีปลายทาง
  2. เลือกได้ทั้งการแชร์ไปยัง Ad Account (เพื่อใช้ยิงโฆษณา) และ LINE OA (เพื่อใช้ Broadcast / Step Message)

[SCREENSHOT-07: Select Audience / LINE Tag to share]

ขั้นตอนที่ 4: ยืนยันและตรวจสอบผล

  1. กดปุ่ม "Edit Resource" เพื่อยืนยัน
  2. ระบบแสดงรายการที่แชร์สำเร็จบนหน้าจอ

[SCREENSHOT-08: Shared resources confirmation]


สิ่งที่แชร์ได้ผ่าน Business Manager

BM ไม่ได้แชร์ได้แค่ Custom Audience — แต่รวมถึง LINE Tag และ Audience หลายชนิดที่เกิดจากพฤติกรรมบนบัญชี ดังนี้:

ทรัพยากรที่แชร์ได้ นำไปใช้ต่อได้
LINE Tag (Website Visitors) Re-Targeting + สร้าง Lookalike
Phone / Email (Custom Audience) Targeting + Lookalike
Chat Tag Targeting + Broadcast/Step Message
Rich Menu Click / Impression Targeting + Broadcast/Step Message
Broadcast Click / Impression Targeting + Broadcast/Step Message
Image Click / Video View Re-Targeting + Lookalike

เมื่อแชร์ไปยัง Ad Account ใช้ทำ Re-Targeting / Lookalike ในโฆษณา — เมื่อแชร์ไปยัง LINE OA ใช้ทำ Broadcast หรือ Step Message ที่เจาะกลุ่มได้แม่นขึ้น

[SCREENSHOT-09: Shared resources across accounts]


ADVANCED AUDIENCE STRATEGIES

Strategy 1: Audience Layering (ซ้อนชั้น)

ตั้ง Bid ต่างกันตาม "ความร้อน":

Layer Audience Bid เหตุผล
🔴 Hot AddToCard 7d +50% ใกล้ซื้อที่สุด
🟠 Warm ViewProduct 14d ปกติ สนใจแต่ยังไม่ตัดสินใจ
🟡 Cool All Visitors 30d -30% แค่รู้จัก

Strategy 2: Audience Exclusion

ตัดกลุ่มที่ไม่ต้องการ:

Exclusion ตัวอย่าง
ตัดลูกค้าเดิม Target: LAL 5% / Exclude: Purchasers 90d
ตัดพนักงาน Exclude: Employee Email Custom Audience
ตัด Bounced Target: All Visitors / Exclude: <5 sec

Strategy 3: Lookalike Stacking

สร้างหลาย Size แล้ว Test:

Source: Purchasers 90d (2,500 คน)
├── LAL 1%  → Budget 20% → วัด CPA
├── LAL 3%  → Budget 30% → วัด CPA ← ดีที่สุด
├── LAL 5%  → Budget 30% → วัด CPA
└── LAL 10% → Budget 20% → วัด CPA

AUDIENCE LIFECYCLE & MAINTENANCE

5 Phase Lifecycle

Phase สิ่งที่ทำ ตัวชี้วัด ความถี่
1. Create สร้าง Audience สร้างครบ Plan? ครั้งเดียว
2. Activate ใช้ใน Campaign ใช้จริง? ทันที
3. Monitor ติดตาม CPA, ROAS ผลดี? ทุกสัปดาห์
4. Optimize ปรับ Window / Source ผลดีขึ้น? ทุก 2 สัปดาห์
5. Retire ลบ Audience ไม่ใช้ เก็บบ้าน? ทุกเดือน

เมื่อไหร่ควร Retire?

สัญญาณ Action
Size = 0 หรือ < 100 ลบ + Upload ใหม่
CPA ↑ 3 สัปดาห์ต่อเนื่อง ปรับ Window / เปลี่ยน Creative
ไม่ใช้ > 60 วัน ลบ
Source Audience เปลี่ยน สร้าง Lookalike ใหม่

Naming Convention

Format: {TYPE}_{DETAIL}_{TIMEFRAME}

ตัวอย่าง:


CAPI (CONVERSION API) - SERVER-SIDE TRACKING

CAPI คืออะไร:
Conversion API (CAPI) คือช่องทาง Server-to-server ที่ส่งข้อมูล Conversion (เช่น การซื้อ) จาก Server ของคุณโดยตรงไปยัง LINE Ads แทนที่จะพึ่ง browser cookie — เพื่อความถูกต้องและครบถ้วนมากขึ้น โดยเฉพาะบน iOS และผู้ใช้ที่ถูกบล็อก cookie — รองรับเฉพาะ LINE Ads Account เท่านั้น (LINE OA Verified/Premium ไม่รองรับ)

ข้อดี:

📊 ผล: เมื่อใช้ CAPI คู่กับ LINE Tag → Conversion ที่วัดได้เพิ่มขึ้น +110% (ยืนยันโดยทีม LINE TH) และสำหรับผู้ใช้ iOS ตัวเลข Conversion รวมเพิ่มได้ถึง 3 เท่า

⚠️ Deduplication Key (สำคัญ): เมื่อเปิดทั้ง LINE Tag + CAPI พร้อมกัน เหตุการณ์เดียว (เช่น Purchase) อาจถูกนับ 2 ครั้ง — ต้องใส่ Dedup Key ใน Base Code + Event Code ทุกตัว ให้ตรงกับที่ส่งจาก server (และ event_name ต้องตรงกัน) ระบบจึงจะนับครั้งเดียว มิฉะนั้น ROAS/optimization จะเพี้ยน

ขั้นตอนการตั้งค่า (สรุป):

  1. มี LINE Ads + LINE Tag ติดตั้งบนเว็บแล้ว และเชื่อม Ad Account เข้า Business Manager (ใส่ Organization ID)
  2. เพิ่ม Deduplication Key ใน LINE Tag (Base Code + Event Code ทุกตัว)
  3. ใน BM → เมนู Tracking (LINE Tag) → เลือก Ad Account → แท็บ Conversion API → ยอมรับข้อกำหนด → Generate Access Token แล้วคัดลอกทันที (Token แสดงครั้งเดียว)
  4. ติดตั้งผ่าน เครื่องมือจัดการแท็ก (Tag Manager) ด้วย template "LINE Conversion API Tag Template" (ตั้ง Tags/Triggers/Variables)
  5. Monitor สถานะที่ BM → Conversion API tab (Active/Inactive/Error) และดูผลใน LINE Ad Manager → Report

[SCREENSHOT-10: Generate Access Token in Business Manager]
[SCREENSHOT-11: CAPI setup in Tag Manager]


TROUBLESHOOTING COMMON ISSUES

ปัญหา สาเหตุ วิธีแก้
แชร์ Audience ไม่ได้ Organization ยังไม่ Verified ทำ Business Verification (3–5 วันทำการ)
แชร์แล้วไม่เห็น บัญชีปลายทางยังไม่เชื่อม Organization เดียวกัน เชื่อม Account เข้า Organization ก่อน
แชร์ข้ามบัญชี (Cross Targeting) ไม่ได้ บัญชีไม่อยู่ใน Organization เดียวกัน / สิทธิ์ไม่ถึง Operator ตรวจสอบว่าเชื่อมบัญชี + มีสิทธิ์ Operator ขึ้นไป
Lookalike Processing > 24 ชม. Source < 100 คน ตรวจสอบ Source Size (ขั้นต่ำ 100 คน)
Custom Audience จับคู่ได้น้อย ข้อมูลผิด / เก่า ทำความสะอาด + ใช้ Phone
Audience Size = 0 TAG ไม่ทำงาน ตรวจสอบ TAG + เพิ่ม Window

MONTHLY AUDIENCE AUDIT

Checklist:


ข้อมูลเพิ่มเติม

ควรใช้ Audience Type ไหนสำหรับ Use Cases ต่าง ๆ:

ข้อมูลที่ CAPI ส่งได้:


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ต้องรอนานเท่าไหร่ก่อนเห็น Lookalike Audience?
A: โดยปกติ ~24 ชั่วโมง หลังจากมีข้อมูล Source Audience

Q: ต้องใช้ CAPI หรือไม่?
A: ไม่บังคับ แต่แนะนำให้ใช้คู่กับ LINE Tag เพราะเพิ่ม Conversion ที่วัดได้ +110% (และ iOS สูงสุด 3 เท่า) — รองรับเฉพาะ LINE Ads Account เท่านั้น

Q: สามารถยกเลิกการแบ่งปันได้หรือ?
A: ได้ — แก้ไข/ยกเลิกการแชร์ผ่านเมนู Edit Resource / Share Resource ของบัญชีปลายทาง

Q: Cross Targeting คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง?
A: คือการแชร์ Audience/LINE Tag ข้ามบัญชี (LINE OA ↔︎ LINE Ads) ภายใต้ Organization เดียวกัน — เดิมจำกัด 1 OA ต่อ 1 Ad Account แต่ BM ปลดล็อกให้แชร์ข้ามหลายบัญชีในเครือได้

Q: Custom Audience อัปเดตบ่อยแค่ไหน?
A: แนะนำทุก ~30 วัน เพื่อความแม่นยำ

Q: Lookalike ขยายได้สูงสุดเท่าไหร่?
A: กำหนดได้ 1–15% (แนะนำเริ่มที่ 1–3% เพื่อความใกล้เคียง Source มากที่สุด) และสร้างได้สูงสุด 10 Lookalike ต่อ 1 source